Pivot Point คืออะไร
Pivot Point คือ จุดหมุน หรือระดับราคาอ้างอิงที่นักเทรดคำนวณจากข้อมูลราคาวันก่อนหน้า ได้แก่ ราคาสูงสุด (High) ราคาต่ำสุด (Low) และราคาปิด (Close) เมื่อนำมาเฉลี่ยกัน จะได้จุดกึ่งกลางที่บอกว่าตลาดมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นหรือขาลงในวันนั้น
ถ้าราคาทองอยู่ เหนือ Pivot Point ตลาดมีแนวโน้มเป็นบวก ถ้าราคาอยู่ ต่ำกว่า Pivot Point ตลาดมีแนวโน้มเป็นลบ นักเทรดมืออาชีพใช้เครื่องมือนี้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก
สูตรคำนวณ Pivot Point
สูตรพื้นฐานที่ใช้กันมากที่สุดคือ Classic Pivot Point คำนวณดังนี้
- Pivot Point (PP) = (High + Low + Close) ÷ 3
- แนวต้าน R1 = (2 × PP) − Low
- แนวต้าน R2 = PP + (High − Low)
- แนวรับ S1 = (2 × PP) − High
- แนวรับ S2 = PP − (High − Low)
ตัวอย่างเช่น ถ้าทองเมื่อวาน High = 3,350 Low = 3,300 Close = 3,330 ดอลลาร์ จะได้ PP = (3,350 + 3,300 + 3,330) ÷ 3 = 3,326.67 แล้วนำไปคำนวณต่อเพื่อหา R1, R2, S1, S2
ความหมายของแนวรับและแนวต้านแต่ละระดับ
ระดับต่าง ๆ ที่ได้จาก Pivot Point มีความหมายแตกต่างกัน นักเทรดมือใหม่ควรเข้าใจแต่ละระดับก่อนใช้งานจริง
- R1, R2 (Resistance) — แนวต้าน คือระดับราคาที่ทองมักชะลอตัวหรือกลับทิศเมื่อราคาวิ่งขึ้นมาถึง
- S1, S2 (Support) — แนวรับ คือระดับที่ทองมักหยุดลงหรือเด้งกลับขึ้นเมื่อราคาร่วงลงมาถึง
- PP (Pivot Point) — จุดกึ่งกลาง ถ้าราคาทะลุขึ้นผ่านจุดนี้ได้ มีโอกาสวิ่งต่อไปถึง R1 ถ้าร่วงลงผ่านจุดนี้ มีโอกาสลงต่อถึง S1
วิธีใช้ Pivot Point กับการเทรดทองคำ
ในทางปฏิบัติ นักเทรดทองคำนำ Pivot Point ไปใช้ในสองแบบหลัก ได้แก่ เทรดตามแนวโน้ม และ เทรดแบบ Reversal
- เทรดตามแนวโน้ม — เมื่อราคาทองทะลุผ่าน R1 ขึ้นไปพร้อม Volume สูง ให้เปิด Buy โดยตั้ง Take Profit ไว้ที่ R2 และตั้ง Stop Loss ไว้ต่ำกว่า PP
- เทรด Reversal — เมื่อราคาทองวิ่งขึ้นไปชน R1 แล้วมีสัญญาณอ่อนแรง เช่น แท่งเทียนกลับตัว ให้พิจารณาเปิด Sell โดยตั้ง Stop Loss เหนือ R1 เล็กน้อย
- ใช้ S1, S2 เป็นจุด Buy — ถ้าราคาลงมาถึงแนวรับและมีสัญญาณกลับตัว เป็นโอกาสเปิดซื้อในจังหวะที่ Risk/Reward ดี
Pivot Point แบบต่างๆ ที่ควรรู้จัก
นอกจาก Classic แล้วยังมี Pivot Point อีกหลายแบบที่ให้ผลลัพธ์ต่างกันเล็กน้อย เลือกใช้ตามสไตล์การเทรดของตัวเอง
- Classic (Standard) — ใช้ง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ เป็นมาตรฐานที่นักเทรดส่วนใหญ่ใช้
- Fibonacci Pivot — รวม Fibonacci Retracement เข้ากับ Pivot Point ให้แนวรับแนวต้านที่แม่นยำขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบ Fibonacci
- Camarilla Pivot — ให้ระดับราคาที่ใกล้ชิดกันกว่า Classic เหมาะกับ Scalper ที่เทรดระยะสั้น
- Woodie's Pivot — ให้น้ำหนักกับราคาปิดมากกว่า เหมาะกับตลาดที่มีทิศทางชัดเจน
ข้อควรระวังเมื่อใช้ Pivot Point กับทองคำ
Pivot Point เป็นเครื่องมือที่ดี แต่ไม่ได้แม่นยำ 100% มีสิ่งที่ต้องระวังดังนี้
- ข่าวสำคัญ — ข้อมูล NFP, CPI, หรือการประกาศของ Fed อาจทำให้ราคาทองทะลุผ่านแนวรับแนวต้านอย่างรวดเร็ว ควรหลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าว
- ใช้คู่กับ Indicator อื่น — อย่าใช้ Pivot Point เพียงอย่างเดียว ควรยืนยันด้วย RSI, MACD หรือแท่งเทียนก่อนเปิด Order ทุกครั้ง
- เลือก Timeframe ให้เหมาะสม — Pivot Point รายวันเหมาะกับ H1–H4 Pivot Point รายสัปดาห์เหมาะกับ H4–D1
- ตั้ง Stop Loss เสมอ — แม้ราคาจะวิ่งมาถึงแนวรับแนวต้านพอดี แต่ก็มีโอกาสทะลุผ่านได้เสมอ ห้ามเทรดโดยไม่มี Stop Loss
วิธีเพิ่ม Pivot Point บนกราฟ
โปรแกรมเทรดส่วนใหญ่มี Pivot Point ให้ใช้งานฟรี ไม่ต้องคำนวณเอง
- TradingView — กด Indicators → พิมพ์ "Pivot Points Standard" → เลือก Classic และตั้ง Timeframe เป็น 1D
- MT4 / MT5 — ดาวน์โหลด Indicator Pivot Point จาก MQL Market แล้วลากใส่กราฟได้เลย
- คำนวณเอง — ดูราคา High, Low, Close จาก Candle วันก่อนหน้าแล้วใส่สูตรข้างต้น เหมาะสำหรับคนที่อยากเข้าใจลึกขึ้น
Pivot Point คือเครื่องมือหาแนวรับแนวต้านที่คำนวณจากราคา High, Low, Close ของวันก่อนหน้า ระดับ PP คือจุดอ้างอิงกลาง R1–R2 คือแนวต้าน S1–S2 คือแนวรับ ใช้ร่วมกับ Indicator อื่นและตั้ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด