การเทรดแบบ Breakout เป็นหนึ่งในเทคนิคที่นักเทรดทองคำมือใหม่นิยมใช้มากที่สุด เพราะเข้าใจง่ายและสามารถจับจังหวะที่ราคาทองเคลื่อนไหวแรงๆ ได้ชัดเจน หลักการคือการรอให้ราคาทองคำ "ทะลุ" กรอบแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ แล้วจึงเข้าเทรดตามทิศทางที่ราคาทะลุออกไป
Breakout คืออะไร
Breakout หมายถึงช่วงเวลาที่ราคาทองคำเคลื่อนที่ออกจากกรอบราคาเดิมที่มันเคยแกว่งตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการทะลุแนวต้าน (Resistance) ขึ้นไป หรือทะลุแนวรับ (Support) ลงมา เมื่อราคาทะลุกรอบเดิมได้สำเร็จ มักจะตามมาด้วยการเคลื่อนไหวที่แรงและรวดเร็ว เพราะมีแรงซื้อหรือแรงขายจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน
วิธีหาแนวรับแนวต้านสำหรับตั้งจุด Breakout
- ดูจุดสูงสุดและต่ำสุด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่น High-Low ของ 1-2 สัปดาห์ล่าสุด
- ใช้เส้นแนวโน้ม (Trendline) ลากเชื่อมจุดสูงหรือจุดต่ำที่ราคาเคยเด้งกลับ
- สังเกตกรอบ Sideway ช่วงที่ราคาทองแกว่งแคบๆ นิ่งๆ มักเป็นจุดสะสมพลังก่อน Breakout
- ใช้ตัวเลขกลมๆ เช่น 2400 ดอลลาร์ 2450 ดอลลาร์ ซึ่งนักเทรดจำนวนมากมักตั้งออเดอร์ไว้แถวนี้
รูปแบบกราฟที่มักเกิด Breakout
มือใหม่ควรฝึกสังเกตรูปแบบกราฟที่เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้จะเกิด Breakout ได้แก่
- สามเหลี่ยม (Triangle) ราคาบีบตัวแคบลงเรื่อยๆ ก่อนทะลุออกด้านใดด้านหนึ่ง
- กรอบสี่เหลี่ยม (Range/Rectangle) ราคาแกว่งไปมาระหว่างแนวรับแนวต้านที่ชัดเจน
- ธง (Flag) เกิดหลังจากราคาวิ่งแรงมาก่อน แล้วพักตัวสั้นๆ ก่อนไปต่อ
วิธีเข้าเทรดเมื่อเกิด Breakout
มี 2 แนวทางหลักที่นักเทรดมือใหม่ใช้กัน
- เข้าทันทีที่ราคาทะลุกรอบ ข้อดีคือได้ราคาตั้งแต่ต้นเทรนด์ แต่มีความเสี่ยงเรื่อง False Breakout สูง
- รอราคาย่อกลับมาทดสอบแนว (Retest) ก่อนเข้าไม้ ข้อดีคือความเสี่ยงต่ำกว่า เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มั่นใจในจังหวะ
ระวัง False Breakout ให้ดี
False Breakout คือการที่ราคาทะลุกรอบไปเล็กน้อยแล้วย้อนกลับเข้ามาในกรอบเดิม ซึ่งเป็นกับดักที่ทำให้มือใหม่ขาดทุนบ่อยที่สุด วิธีป้องกันคือ
- รอให้แท่งเทียนปิดเหนือหรือใต้แนวที่ทะลุอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ราคาแตะแล้วกลับ
- เช็ควอลุ่มการซื้อขายประกอบ หากทะลุพร้อมวอลุ่มสูงจะน่าเชื่อถือกว่า
- ใช้ Timeframe ที่ใหญ่ขึ้นยืนยันสัญญาณ เช่น ดูกราฟ 1 ชั่วโมงร่วมกับ 4 ชั่วโมง
การตั้งจุดตัดขาดทุนและทำกำไร
ทุกครั้งที่เทรด Breakout ควรตั้ง Stop Loss ไว้เสมอ โดยทั่วไปมักตั้งไว้ใต้แนวรับหรือเหนือแนวต้านที่เพิ่งทะลุมา เพื่อจำกัดความเสียหายหาก False Breakout เกิดขึ้น ส่วนจุดทำกำไร (Take Profit) สามารถตั้งตามระยะห่างของกรอบราคาเดิม หรือใช้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนอย่างน้อย 1:2 เพื่อให้คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่รับ
ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่
- อย่าไล่ราคาหลังจากที่ Breakout ไปไกลแล้ว เพราะความเสี่ยงในการกลับตัวจะสูงขึ้น
- ควรเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดทองมีสภาพคล่องสูง เช่น ช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิด เพื่อลดโอกาสเจอ False Breakout
- ควบคุมขนาดการลงทุนในแต่ละไม้ ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
เทคนิค Breakout เหมาะกับมือใหม่ที่อยากจับจังหวะทองคำวิ่งแรง แต่ต้องฝึกดูแนวรับแนวต้าน สังเกตวอลุ่ม และรอการยืนยันก่อนเข้าไม้ พร้อมตั้ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อป้องกันกับดัก False Breakout